3 โรคร้าย ที่ซุกซ่อนในผู้หญิง

1. เนื้องอกในมดลูก

เป็นโรคที่เกิดในกล้ามเนื้อมดลูก การโตของเนื้องอกอาจโตในโพรงมดลูกหรือโตเป็นก้อนนูนจากมดลูก พบบ่อยในช่วงอายุระหว่าง 30-40 ปี อาการที่พบระยะแรกคืออาการปวดท้องประจำเดือน หรือประจำเดือนมามากกว่าปกติ อาจมีอาการปวดหลังหรือปัสสาวะถี่ร่วมด้วย ผู้ที่ควรต้องเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอก มีอาการบ่งชี้ดังนี้

1. เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด เช่น ประจำเดือนมามากหรือมากะปริบกะปรอย
2. มีอาการปวดท้องมาก
3. เนื้องอกไปกดทับอวัยวะข้างเคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย
4. ตรวจพบเนื้องอกโตเร็วที่ไม่เคยเจอมาก่อน หรือว่าเคยเจอมาก่อนขนาด 1 ซม. พอติดตามอาการสักประมาณ 3-4 เดือน ขนาดของเนื้องอกกลับโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
5. เนื้องอกที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง โรคนี้รักษาด้วยการผ่าตัดที่มีความยากขึ้นอยู่กับ ขนาด จำนวนและตำแหน่ง

 
 
 
2. โรคซีสต์รังไข่ 
รังไข่เป็นอวัยวะขนาดเล็กที่อยู่บริเวณด้านข้างปีกมดลูกทั้ง 2 ข้าง ทำหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนต่างๆ ของผู้หญิงให้สมดุล ในทุกๆ เดือนรังไข่จะผลิตไข่ใบเล็กๆ ออกมา โดยไข่จะเคลื่อนจากด้านล่างผ่านท่อนำไข่ เพื่อเตรียมพร้อมผสมกับอสุจิของเพศชาย ส่วนซีสต์มีลักษณะเป็นถุงที่เต็มไปด้วยของเหลวที่สามารถก่อตัวขึ้นได้ในรังไข่ เมื่อเกิดการตกไข่ผิดปกติ จึงทำให้เกิดการคั่งของถุงน้ำในรังไข่ เกิดไข่ไม่ตก เกิดเป็นถุงน้ำขนาดเล็กในรังไข่มีการแบ่งเซลล์ที่ผิดปกติ

ซีสต์ในรังไข่ หลักๆ มี 2 ชนิด คือ ซีสต์ที่สามารถหายเองได้ กับซีสต์ที่ไม่สามารถหายได้เอง ซึ่งซีสต์ที่หายเองได้ คือซีสต์ที่เกิดขึ้นได้จากฮอร์โมนของผู้หญิงในทุกๆ รอบเดือน และเป็นซีสต์ที่พบได้บ่อยที่สุด ส่วนซีสต์ที่หายเองไม่ได้ และต้องได้รับการผ่าตัด เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ เดอร์มอยด์ซีสต์ และอื่นๆ มีทั้งกลุ่มมะเร็ง และไม่ใช่มะเร็ง เป็นต้น

ซีสต์ในรังไข่ที่น่ากลัวคือ “มะเร็ง” เพราะไม่สามารถวินิจฉัยด้วยเพียงแค่การตรวจอัลตร้าซาวด์ (ultrasound) การยืนยันการวินิจฉัยโรคเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง คือต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องเท่านั้น


สำหรับ ช็อกโกแลตซีสต์ เป็นซีสต์ที่มีอาการ เช่น ปวดท้องช่วงมีประจำเดือนแบบมากกว่าปกติ ส่วนซีสต์อื่นๆ มักไม่มีอาการ โดยเฉพาะมะเร็ง 80% มักไม่มีอาการ แต่คนไข้มักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการท้องบวมอย่างเห็นได้ชัด ท้องอืด แน่นท้อง น้ำหนักไม่ค่อยลง สำหรับอาการปวดท้องน้อยเฉียบพลันนั้น อาจเกิดจากซีสต์รั่วหรือบีบขั้ว ทำให้เกิดอาการปวด บางคนโชคร้ายซีสต์ที่เป็นมะเร็งแตก ส่งผลให้มะเร็งแพร่กระจายลามไปทั่วอวัยวะอื่นๆ ต้องตัดรังไข่ออก หลังผ่าตัดต้องรับการบำบัดด้วยคีโมต่อ หรือบางคนเป็น ซีสต์แบบบีบขั้ว ก็ต้องตัดรังไข่ออกเช่นกัน เพราะเนื้อตายเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่ได้ บางคนไม่อยากมีลูกแล้ว และไม่อยากกลับมาเป็นซีสต์อีกก็ตัดรังไข่ออก หรือเข้าสู่วัยทองแล้วก็สามารถตัดออกได้ กรณีคนที่ตัดแต่ซีสต์ออก แต่ไม่ได้เอารังไข่ออกก็มีโอกาสกลับมาเป็นซีสต์ได้อีก ซึ่งการรักษาสามารถส่องกล้องผ่าตัดได้เหมือนการรักษาเนื้องอกในมดลูก

3. โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นโรคที่ผู้หญิงวัยมีประจำเดือนไม่ควรมองข้าม เพราะหากมีอาการปวดประจำเดือนมากๆ ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือมีเลือดคั่งในมดลูก หากใครมีอาการดังกล่าวอย่าละเลยควรพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา

Visitors: 46,112