ไข่ตกแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

การตกไข่ (Ovulation) หรือที่บางคนเรียกว่า “ไข่ตก” โดยปกติแล้วผู้หญิงจะเริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุประมาณ 12 ปีขึ้นไป จนถึงอายุประมาณ 50 ปี ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของร่างกายในแต่ละคน ส่วนวงรอบของประจำเดือน หรือที่เรียกว่า “รอบเดือน” ของผู้หญิงนั้นปกติจะใช้เวลารอบละ 28 วัน แต่อาจจะสั้นหรือนานกว่านี้ก็ได้ (ปกติจะบวกลบไม่เกิน 7 วัน เช่น บางคนรอบเดือนสั้นมาทุก 21 วัน ในขณะที่บางคนรอบเดือนยาวมาทุก 35 วัน) โดยจะเริ่มนับวันแรกของรอบเดือนตั้งแต่วันแรกที่มีประจำเดือนมา

ในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ คือ “ไข่” ซึ่งไข่ใบนี้นี่แหละครับที่จะสร้างชีวิตน้อย ๆ ให้เติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ โดยไข่ทั้งหมดจะถูกเก็บสะสมอยู่ในรังไข่ทั้งสองข้าง ซึ่งมีติดตัวมาตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์แล้วครับ เมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ 5 เดือน ทารกเพศหญิงจะมีไข่เก็บไว้สูงถึง 6-7 ล้านฟอง และจะค่อย ๆ สลายตัวไปเหลือเพียง 2 ล้านฟองในวัยแรกเกิด จากนั้นจะลดลงเรื่อย ๆ จนเข้าสู่วัยสาวอยู่ที่ประมาณ 2-5 แสนฟอง แต่ทั้งนี้จะมีไข่ที่มีผลทำให้ตั้งครรภ์ได้เพียง 400-500 ฟองเท่านั้น เพราะการตกไข่แต่ละครั้งจะมีไข่เพียงฟองเดียวที่สมบูรณ์แล้วเท่านั้นที่พร้อมจะให้อสุจิเข้ามาผสมได้
 
ขั้นตอนการตกไข่นั้นจะมีฮอร์โมนที่เป็นตัวควบคุมการตกไข่ของฝ่ายหญิง คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน, โปรเจสเตอโรน, แอลเอช (LH – Luteinozing Hormone) และเอฟเอสเอช (FSH – Follicle Stimulating Hormone) ฟองไข่จะเจริญเติบโตอยู่ภายในรังไข่ โดยเริ่มตั้งแต่ประมาณวันที่ 5 ของรอบเดือน (นับจากวันแรกที่ประจำเดือนมา) ไข่ภายในถุงรังไข่ (Ovarian Follicle) จะค่อย ๆ เติบโต ฮอร์โมน FSH จะทำหน้าที่สร้างไข่และทำให้ไข่เติบโตพร้อมกันประมาณ 15-20 ฟอง จากนั้นฮอร์โมนเอสโตรเจนและ LH จะช่วยกันคัดเลือกไข่ที่สมบูรณ์เพียงฟองเดียว และเร่งให้ไข่ตกในช่วงประมาณวันที่ 14 ของรอบเดือน ในระหว่างที่ไข่ตก ถุงรังไข่ซึ่งอยู่ตรงผิวหน้าของไข่จะค่อย ๆ พองออกเล็กน้อย เมื่อขยายได้ขนาดประมาณ 2 เซนติเมตรก็จะฉีกขาด และปล่อยให้ไข่หลุดออกมา ซึ่งเราจะเรียกขั้นตอนนี้ว่า “การตกไข่” (Ovulation) ถ้าในช่วงนี้มีไข่ผสมกับอสุจิ ฮอร์โมนตัวนี้ก็จะช่วยฟูมฟักไข่ ช่วยเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้สมบูรณ์และหน้าไข่ที่เหมาะสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน แต่ถ้าไข่ตกแล้วยังไม่ได้รับการปฏิสนธิ ระดับฮอร์โมนก็จะลดลงและเกิดการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเป็นประจำเดือนในช่วง 14 วันหลังจากไข่ตก
 

ไข่ตกแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ?

เมื่อถึงวันไข่ตก มดลูกจะสร้างผนังมดลูกให้หนาตัวขึ้นและมีเลือดมาหล่อเลี้ยงมากขึ้นด้วย เพื่อรองรับการปฏิสนธิ หากคุณผู้หญิงอยู่ในช่วงตกไข่ก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงกับร่างกายได้ 2 แบบ คือ

  • มีโอกาสตั้งครรภ์ หากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีการตกไข่พอดี อสุจิที่เคลื่อนเข้าไปในท่อนำไข่จะเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ที่บริเวณท่อนำไข่ได้ เมื่อไข่ได้รับการผสมก็จะเคลื่อนตัวเข้าไปฝังอยู่ในผนังมดลูกเพื่อเติบโตเป็นทารกต่อไป
  • มีประจำเดือน หากไม่มีอสุจิเข้ามาผสมกับไข่ในช่วงวันตกไข่ ไข่ก็จะเกิดการสลายตัวก่อนผ่านไปถึงมดลูก เมื่อมดลูกเห็นว่าไม่มีตัวอ่อนมาฝังที่ผนังมดลูก ผนังหนา ๆ หรือที่เรียกว่าเยื่อบุโพรงมดลูกที่เคยสร้างและมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงก็จะเกิดการสลายตัวเช่นกัน แล้วไหลออกไปทางช่องคลอดออกสู่ร่างกายในช่วง 14 วันหลังจากไข่ตก หรือที่เราเรียกว่า “ประจำเดือน” นั่นเอง
Visitors: 39,651